ange ~*

I have kissed only one frog and I believe that he is a prince but maybe he is not mine …

WALL-E

Wall – E : But I love M-O

* ตอนแรกจะเอา Widget ของ Wall – E มาลง
แต่มันใหญ่เกินไปกับช่องที่มีอันน้อยนิด
อดเลยเรา – -

ไปดูมาแล้ว ชอบมากเลย
ตอนต้นๆ ก็เศร้าๆ นิดนึง
นึกถึงว่า ถ้าเหลือแค่เราคนเดียวบนโลก
เราจะรู้สึกยังงัยน๊า

สงสาร wall – E

แต่ว่า … ดูไปดูมา
ชอบเจ้า M-O ที่สุดเลย ฮาดี

M-O …

กบขี้อิจฉา

หลงนึกว่า ฉันเป็นกบอิจฉาฟ้า
สุดท้ายถึงรู้ว่า ไม่ใช่ฟ้าสักหน่อย

แค่ก้อนหิน ก้อนกรวด ก้อนทราย
เศษหญ้าแห้ง ใบไม้เน่า ดอกไม้เฉา
เพียงเท่านั้น

ฉันเป็นกบมีชีวิต จะอิจฉาไปไย
แค่เศษใบไม้ในโคลนตม

เศษไม้ที่เคยมีใบเขียวสวยงาม
ยามนี้เหลือเพียงเศษซาก
เสื่อมทรามตามสังคม

กบอย่างฉันจะอิจฉาทำไม
แค่เศษไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยเขียว
ในเมื่อกายฉันบัดนี้ยังเขียวสด
มีชีวิต และ ยังหายใจ

….

นึกขันเจ้ากบเขียว
อิจฉาเศษไม้แห้งผุพัง

“ก็มันเคยเขียวสดสวย”
เจ้ากบตอบแก้เก้อเช่นนั้น

ใจจริงมันไม่ได้อิจฉาที่ไม้นั้นเคยเขียวสวยกว่าตัวมัน
ที่มันอิจฉาเพราะหนอนตัวอ้วนนั่น
ชอนไชเศษไม้ด้วยความเพลิดเพลิน

มองไม่เห็น กบสีเขียวสวยอย่างมัน

เท่านั้นเอง
…..

กบขี้อิจฉา

…..

รอยเหงาในเงาทราย

รอยเหงาในเงาทราย

….

เม็ดทรายกลืนเงาของความเหงา
ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความว่างเปล่า
เวิ้งว้าง เงียบงัน

เพียงรับรู้ เคยมี เคยผ่านพบ
รอยทรายยังอุ่น รอยทรายยังยวบไหว

เพียงเงาลางๆ บนผืนทราย
รับรู้ได้ เพียงเหงา

เพียง รอยเหงาในเงาทราย

….

ลิง 5 ตัว

เรียน CRM วันก่อน ได้ฟังผลการทดลองเรื่องหนึ่ง

นักวิทยาศาสตร์จับเอาลิง 5 ตัว มาใส่ไว้ในห้องทดลอง
เอากล้วยของโปรดแขวนไว้กลางห้อง
พร้อมด้วยโต๊ะไม้ตัวใหญ่ ที่ลิงสามารถปีนไปหยิบกล้วยได้

เมื่อลิงตัวหนึ่งปีนขึ้นโต๊ะ พยายามจะหยิบกล้วย
พวกเขาจะสาดน้ำแข็งใส่ลิงทั้ง 5 ตัวให้หนาวสั่น
จนกว่าลิงที่ปีนขึ้นไปจะกลับลงมา

เมื่อลิงตัวใดตัวหนึ่ง พยายามทำเช่นเดิมอีก
เขาก็จะสาดน้ำแข็งใส่ทุกๆ ตัวอีก

จนในที่สุด ลิงทั้ง 5 ก็ไม่สนใจจะปีนขึ้นโต๊ะอีก
ยอมกินเพียงกล้วยที่อยู่บนพื้น
ไม่สนใจมองกล้วยที่แขวนไว้อีกเลย

ต่อมา เขาเปลี่ยนเอาลิงตัวหนึ่งออกมา
เอาลิงตัวใหม่ใส่เข้าไปแทน
ไอ้เจ้าตัวใหม่เห็นกล้วยที่แขวนไว้ก็ทำท่าจะปีนโต๊ะ
แล้วทันใดนั้น ก็โดนไอ้ 4 ตัวเก่าที่เหลือรุมสกรัม

มันคงงง อะไรว๊า

มันก็พยายามลองใหม่อีกหน
แล้วก็โดนรุมสกรัมอีกจนได้

สุดท้าย มันก็เลิกคิดจะปีนขึ้นไป
เพราะงงๆ จะปีนทีไร โดนตื๊บทุกทีไป

แล้วเขาก็เปลี่ยนลิงออกอีกตัว
เอาตัวใหม่ตัวที่สองเข้ามาแทน
พอลิงตัวใหม่พยายามจะปีนขึ้นไปกินกล้วย
ลิงที่เหลือทั้ง 4 ตัวก็รุมสกรัมมันเช่นตัวตะกี้
แน่นอน ไอ้ตัวตะกี้มันก็ร่วมด้วย
ถึงมันไม่รู้ว่าทำไมห้ามขึ้นโต๊ะก็เถอะ

สุดท้าย เขาก็เปลี่ยนลิงไปเรื่อยๆ เช่นนี้
จนในที่สุด ลิงทั้ง 5 ตัวในห้องต่างก็เป็นลิงตัวใหม่
ที่ไม่ใช่ลิงชุดแรกเลยสักตัว

แต่ลิงทั้ง 5 ต่างก็ไม่มีตัวไหนขึ้นโต๊ะไปกินกล้วยเลย
แล้วก็ห้ามตัวใดตัวหนึ่งขึ้นโต๊ะนั้นไปด้วย
ทั้งๆที่ มันทั้ง 5 ต่างไม่เคยโดนสาดด้วยน้ำแข็งเลยสักครั้ง

…..

คำถามถามว่า มีลิงแบบนี้อยู่กี่ตัวในองค์กรของคุณ

แล้วคุณเป็นหนึ่งในลิงพวกนี้หรือเปล่า

แล้วในสังคมของคุณละ

ในประเทศของคุณละ

……

ถึงเวลาเปลี่ยนหรือยัง ?

แสงตะเกียง

ท่ามกลางความมืดสลัว
มีเพียงตะเกียงดวงน้อย
แสงวิบวับ ราวจะดับลงในไม่ช้า

ลมพัดผ่านเพียงแผ่ว
แสงตะเกียงหรี่ลง ราวใจเจียนขาด

ลมสงบลงชั่วครู่
แสงไฟตะเกียงส่องสว่างเต็มที่อีกครั้ง

….

แสงไฟดวงน้อย ให้คืนมืดมีแสงสลัว
พอมองเห็นโลกมืดๆ เพียงลางๆ

แสงไฟดวงน้อย เอนลู่สู้ลมเป่า
ริบหรี่ ริบหรี่ เจียนดับ

แสงไฟดวงน้อย ดับลงแล้ว
แม้จะพยายามสู้สายลมมากแค่ไหน
แต่สุดท้าย … ไร้แรงต้านทาน

เส้นด้ายขาดน้ำมันชุ่มเชือก

แสงไฟดวงสุดท้าย น้ำมันหยดสุดท้าย
เผาผลาญก่อนดับลง

ความมืดมิดปกคลุมโลกทั้งใบอีกครั้ง

….

เจ้านกงี่เง่าเอ๋ย . . .

รู้สึกราวกับว่า
เป็น นก เกาะขอนไม้อยู่ริมบ่อโคลน
พิจารณาดูหนอนที่ชอนไชอยู่ในซากโคลนตม
ในใจก็พิจารณา
ไยหนอนถึงได้ดูมีความสุขอยู่ในซากปฏิกูลเหล่านี้นักหนา
ทั้งที่มันส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง
แล้วก็พิจารณา ไยซากโคลนต้องเต็มไปด้วยสิ่งเหม็นเน่า
ไม่ได้มีเพียงแค่ดินเปียกๆ ปนกับน้ำฝนอย่างที่คิด

นกอย่างฉัน ได้แต่นั่งพิจารณาไป
ครั้นจะจิกหนอนมากิน
ก็เกรงปีกขนสวยสะอาดจะเปื้อนดินโคลน
ครั้งจะบินไปหาหนอนที่สะอาดสะอ้านที่เกาะตามกิ่งไม้สูง
ก็หลงติด พิจารณาดูหนอนในโคลนอยู่นั่นเอง

หนอนบางจำพวก มันก็เกิดมาเพื่ออยู่ในโคลนตม
ส่วนบ่อโคลน ก็ย่อมต้องมีทั้งโคลนสะอาดและโคลนสกปรก

ส่วนนกอย่างฉัน นั่นสิ โง่เง่า

มานั่งเฝ้ามองบ่อโคลนแล้วรำพึงรำพัน เหม็นกลิ่นโคลน
บินไปได้ ก็ไม่บินไป
เพราะติดใจหนอนตัวอ้วนในบ่อโคลนสกปรกนั่น

จะมองให้ตายอย่างไร หนอนในนั้นมันก็สะอาดสวยไม่ได้หรอก

หนอนและโคลน ต่างอยู่ในที่ที่เหมาะสมกันแล้วทั้งคู่
สุดท้าย ก็มีแต่นกงี่เง่าอย่างฉันเท่านั้น ที่อยู่ในที่ไม่เหมาะไม่ควร ควรบินอยู่บนฟ้าแท้ๆ แต่เสลงมาบ่นรำพันบนพื้นดิน

ช่างงี่เง่าโดยแท้เชียว … เจ้านกเอ๋ย

กำลังใจ*

ดูเรื่อง Me . . Myself ตอนที่อุ้มบอกแทนว่า
“น้าแทนเก่งที่สุดในโลก สำหรับน้าอุ้ม”

ทำให้ฉันนึกถึง ฉากจบของซอดองโย
“ทำไมเจ้าให้กำลังใจข้ามาตลอด ไม่เคยหยุดเลย”

….

ตั้งแต่ดูซอดองโยวันนั้น
จนมาถึงหนังวันนี้

ฉันนั่งนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่อยู่เคียงข้างเขา
จากที่เคยคิดว่า ตัวฉันเองทำดีที่สุดแล้วในทุกอย่าง
กลับรู้ว่า มีสิ่งหนึ่งที่ฉันบกพร่องไป

“ฉันไม่เคยให้กำลังใจเขาเลย”

ไม่ใช่ไม่เชื่อว่า เขาทำได้
แต่หลายครั้งก็เก็บความเชื่อมั่นในตัวเขาเอาไว้ในใจ
ไม่ได้พูด ไม่ได้เอ่ยออกมา
และอีกหลายครั้ง กลับพูดจาตรงข้ามกับที่คิดในใจ
แทนที่จะให้กำลังใจ กลับกลายเป็นเย้ยหยัน

นี่คงเป็นข้อหนึ่งที่ทำให้เราต้องเลิกรา

….

เมื่อวาน นึกถึงเรื่องนี้
เลยได้โอกาสบอกกับเขาไป

แต่ก่อน ฉันไม่เคยให้กำลังใจเขาเลย
แต่ฉันรู้ว่า เขาเก่งเสมอ
อย่างน้อย ก็เก่งที่สุดสำหรับฉันนะ

ถ้าฉันไม่ได้พูด ไม่ได้แสดงออกไป
ก็ขอให้รู้ไว้ว่า ฉันก็ให้กำลังใจเขาอยู่นะ

เขาฟัง .. รับคำ

อย่างน้อยฉันก็ได้บอกออกไปแล้ว
แม้วันนี้เราจะเลิกรากัน
แต่สายสัมพันธ์ของความเข้าใจ ยังมีอยู่

เหมือนฉันและเขา ค่อยแก้ปมในใจ ทีละเปลาะ

ระหว่างเรา เป็นเช่นนั้น

….

เคยนั่งคิดนะว่า
ระหว่างคนที่รักเรามองเห็นเราเก่งตลอดเวลา
กับคนที่รักเรา ทั้งๆที่เขาไม่เห็นอนาคตอะไรในตัวเราเลย

ใครใช้ความอดทนมากกว่ากัน
ใครใช้ความรักมากกว่ากัน

แน่นอน ความรัก มันวัดกันไม่ได้

แต่สำหรับฉันแล้ว

รัก ทั้งๆที่ มองไม่เห็นทางข้างหน้า
กับ รัก ที่ทำให้มองเห็นทางสดใส

อย่างแรก เหมือนรักคนตาบอด
รู้ว่าไม่มีทางหาย แต่ก็พร้อมจะสู้ไปด้วยกัน

อย่างหลัง เหมือนรักอย่างมีหวัง
เชื่อมั่นว่า สักวันตาจะหาย ทำให้มีแรงสู้ต่อไป

แล้วถ้า … ตาไม่หายละ ?

วันเหงา*

อากาศดีดี
(ใครบอก .. พายุเข้าเนี่ยนะ เรียก อากาศดี)

[ก็ ... อยากขึ้นต้นอย่างนี้นี่ .. มันฟังดู
มีความสุข และสบายใจ]

อากาศดีดี
มีลมพัดเย็นๆ
(ที่มาพร้อมลมแรงๆ อีกวูบใหญ่ ต้นไม้ปลิว)
หอบเอาฝนเย็นช่ำมาด้วย
(ทำท่าจะตกหนัก แต่ร้อนท่าเดียว ไม่ยักกะตกจริง)
[ -*- ขัดคอจริง ]

อารมณ์ดี อยากไปนั่งกินข้าว ฟังเพลง
นั่งร้านน่ารักๆ เปิดเพลงเบาๆ
น่าสบายอารมณ์จะตายไป

แต่เอาเข้าจริง
อยากนั่งเงียบๆ ฟังเพลงของ norah jones เบาๆ
แล้วอ่านหนังสือดีดีสักเล่ม สองเล่ม
น่าสบายอารมณ์มากกว่า

(จะสบายมากกว่า ถ้าได้นอนซุกอ่านหนังสือ พิงหลังใครสักคน)
[ไม่ใช่ใครสักคน ... แต่ต้องเป็น .. ใครคนนั้น]
(อืมม .. นั่นละ)

….

ช่วงเวลาเย็นๆ ฟ้าครึ้มๆ อย่างนี้
อยากนอนในผ้านวมอุ่นๆ
ฟังเพลง แล้วก็หลับไป

หรือไม่ก็
นั่งกินข้าว คุยเบาๆ กับเพื่อนสนิท
ฟังดนตรีเล่นสด
บรรยากาศเบาๆ สบายๆ

….

คุยกับความคิดของตัวเอง
ก็ทำให้คลายเหงาได้
แถมรอยยิ้มบางๆ แต้มบนใบหน้า

แค่คิดถึง … สิ่งที่อยากทำ
กับช่วงเวลาเหงาๆ

ก็เท่านั้น

นึกถึง ฤ คิดถึง

นึกถึง ฤ คิดถึง

เคยถามให้ใครคนหนึ่งจำกัดความเอาไว้

เขาว่า นึกถึงนั้นเบาบางในหัวใจ
อาจรู้สึกได้แค่ในบางเวลา

เดินผ่านม่านความทรงจำเก่าก่อน
แล้วนึกย้อนถึงคืนวันถวิลหา
ความรู้สึกวันนั้น … คือ นึกถึง กาลเวลา
ในรอยจำที่ผ่านมา ยังไม่เลือน

คิดถึง คิดถึง เกิดทุกเมื่อ
ไม่ว่าขึ้นรถ ลงเรือ ก็คิดถึง
จะกินข้าวดูหนัง ยังคำนึง
คิดถึง คิดถึง ตลอดทุกนาที

คิดถึง คนที่ทำให้หัวใจหนัก
คิดถึง เพราะความรักยังเต็มให้รู้สึก
คิดถึง คิดถึง ย้ำรอยลึก
ไม่ใช่แค่สัมผัสแผ่วที่รู้สึก
แต่ฝังลึก … เกินลบเลือน

….

  • ยังคิดถึง เพราะเขายังมี “น้ำหนัก” ในหัวใจ
    แม้จะเบาบางลงไป
    แต่ก็รู้ว่า … ยังรู้สึก
  • ยิ้มให้กับความผิดหวัง*

    ยิ้มให้กับความผิดหวัง*

    เธอบอกไม่เข้าใจ บอกไม่เข้าใจคนอย่างฉัน

    ฉันยิ้มได้อย่างไร ยิ้มได้อย่างไร

    เมื่อเธอมาบอกกันว่าขอลา

    ฉันที่เคยรักเธอ ก็ยังรักเธอเหมือนผ่านมา

    ฉันยิ้มเพราะมันเหนื่อย ไม่เหลือแรงบีบน้ำตา

    ถึงเวลาต้องยิ้มให้มัน

    ยิ้มให้ความผิดหวังอย่างคนคุ้นเคย

    ยิ้มให้ความมืดมนอย่างคนรู้จักกัน

    นี่คือเพื่อนเก่า ที่เราต้องเจอ

    เจอกันมานานแสนนาน

    ร้องไห้ให้กับมันช่างดูง่ายดาย

    เหมือนมันไม่ท้าทายเท่าเรายิ้มให้มัน

    สุขก็ยิ้มได้ เจ็บก็ยิ้มได้ ให้ราคามันเท่ากัน

    ยิ้มให้มันก็พอ

    ฉันไม่ได้แข็งแรง ไม่ได้มั่นคง สักเท่าไหร่

    แค่รู้ว่าบางที แอบยิ้มตอนที่เสียใจ

    เหมือนอะไรก็ง่ายขึ้นมา


    ฟังเพลงนี้แล้ว รู้สึกว่า คนเราจะเติบโตอย่างเข้มแข็งได้นั้น

    ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ เสียใจ ด้วยรอยยิ้มให้ได้

    ในรอยยิ้ม … ไม่ใช่ไม่เจ็บ ไม่ใช่ไม่เสียใจ

    แต่พร้อมที่จะเผชิญหน้า …

    แม้ว่าจะมีความกลัวอยู่ภายในจิตใจ

    แต่ก็พร้อมที่จะลุกขึ้น และก้าวต่อไป

    แม้จะเจ็บ แต่ก็พร้อมจะหาย

    พร้อมจะมองโลกอย่างสดใส … อีกครั้ง


    ร้องไห้ให้กับมันช่างดูง่ายดาย

    เหมือนมันไม่ท้าทายเท่าเรายิ้มให้มัน

    ชอบประโยคนี้

    จริง … ที่ร้องไห้ ช่างดูง่ายดาย

    การที่เรายิ้มกับมันได้ … มันท้าทายกว่าเยอะ

    รอยยิ้ม … บอกให้เรารู้ว่า

    เราจะผ่านมันไปได้ … ในสักวัน

    ….

    วันนี้ ฉันเองก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรนักหนา

    แต่ฉันรู้ว่า ฉันเติบโตขึ้น

    และพร้อมจะยิ้มให้กับความทุกข์ ความเสียใจ

    หรือ อะไรก็ตามที่ฉันจะต้องเจอะเจอ

    อาจยังคงมีรอยน้ำตาหลงเหลืออยู่บ้าง

    แต่ .. ฉันก็มีรอยยิ้ม … แต่งแต้มใบหน้า

    มากกว่าคราบน้ำตาเกรอะกรัง

    ….

    ฉันได้แต่บอกตัวเอง … แล้วมันจะผ่านไป …

    Older entries »