ange ~*
I have kissed only one frog and I believe that he is a prince but maybe he is not mine …กรุสำหรับ มิถุนายน, 2007
กบขี้อิจฉา
หลงนึกว่า ฉันเป็นกบอิจฉาฟ้า
สุดท้ายถึงรู้ว่า ไม่ใช่ฟ้าสักหน่อย
แค่ก้อนหิน ก้อนกรวด ก้อนทราย
เศษหญ้าแห้ง ใบไม้เน่า ดอกไม้เฉา
เพียงเท่านั้น
ฉันเป็นกบมีชีวิต จะอิจฉาไปไย
แค่เศษใบไม้ในโคลนตม
เศษไม้ที่เคยมีใบเขียวสวยงาม
ยามนี้เหลือเพียงเศษซาก
เสื่อมทรามตามสังคม
กบอย่างฉันจะอิจฉาทำไม
แค่เศษไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยเขียว
ในเมื่อกายฉันบัดนี้ยังเขียวสด
มีชีวิต และ ยังหายใจ
….
นึกขันเจ้ากบเขียว
อิจฉาเศษไม้แห้งผุพัง
“ก็มันเคยเขียวสดสวย”
เจ้ากบตอบแก้เก้อเช่นนั้น
ใจจริงมันไม่ได้อิจฉาที่ไม้นั้นเคยเขียวสวยกว่าตัวมัน
ที่มันอิจฉาเพราะหนอนตัวอ้วนนั่น
ชอนไชเศษไม้ด้วยความเพลิดเพลิน
มองไม่เห็น กบสีเขียวสวยอย่างมัน
เท่านั้นเอง
…..
กบขี้อิจฉา
…..
รอยเหงาในเงาทราย
รอยเหงาในเงาทราย
….
เม็ดทรายกลืนเงาของความเหงา
ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความว่างเปล่า
เวิ้งว้าง เงียบงัน
เพียงรับรู้ เคยมี เคยผ่านพบ
รอยทรายยังอุ่น รอยทรายยังยวบไหว
เพียงเงาลางๆ บนผืนทราย
รับรู้ได้ เพียงเหงา
เพียง รอยเหงาในเงาทราย
….
ลิง 5 ตัว
เรียน CRM วันก่อน ได้ฟังผลการทดลองเรื่องหนึ่ง
…
นักวิทยาศาสตร์จับเอาลิง 5 ตัว มาใส่ไว้ในห้องทดลอง
เอากล้วยของโปรดแขวนไว้กลางห้อง
พร้อมด้วยโต๊ะไม้ตัวใหญ่ ที่ลิงสามารถปีนไปหยิบกล้วยได้
เมื่อลิงตัวหนึ่งปีนขึ้นโต๊ะ พยายามจะหยิบกล้วย
พวกเขาจะสาดน้ำแข็งใส่ลิงทั้ง 5 ตัวให้หนาวสั่น
จนกว่าลิงที่ปีนขึ้นไปจะกลับลงมา
เมื่อลิงตัวใดตัวหนึ่ง พยายามทำเช่นเดิมอีก
เขาก็จะสาดน้ำแข็งใส่ทุกๆ ตัวอีก
จนในที่สุด ลิงทั้ง 5 ก็ไม่สนใจจะปีนขึ้นโต๊ะอีก
ยอมกินเพียงกล้วยที่อยู่บนพื้น
ไม่สนใจมองกล้วยที่แขวนไว้อีกเลย
ต่อมา เขาเปลี่ยนเอาลิงตัวหนึ่งออกมา
เอาลิงตัวใหม่ใส่เข้าไปแทน
ไอ้เจ้าตัวใหม่เห็นกล้วยที่แขวนไว้ก็ทำท่าจะปีนโต๊ะ
แล้วทันใดนั้น ก็โดนไอ้ 4 ตัวเก่าที่เหลือรุมสกรัม
มันคงงง อะไรว๊า
มันก็พยายามลองใหม่อีกหน
แล้วก็โดนรุมสกรัมอีกจนได้
สุดท้าย มันก็เลิกคิดจะปีนขึ้นไป
เพราะงงๆ จะปีนทีไร โดนตื๊บทุกทีไป
แล้วเขาก็เปลี่ยนลิงออกอีกตัว
เอาตัวใหม่ตัวที่สองเข้ามาแทน
พอลิงตัวใหม่พยายามจะปีนขึ้นไปกินกล้วย
ลิงที่เหลือทั้ง 4 ตัวก็รุมสกรัมมันเช่นตัวตะกี้
แน่นอน ไอ้ตัวตะกี้มันก็ร่วมด้วย
ถึงมันไม่รู้ว่าทำไมห้ามขึ้นโต๊ะก็เถอะ
สุดท้าย เขาก็เปลี่ยนลิงไปเรื่อยๆ เช่นนี้
จนในที่สุด ลิงทั้ง 5 ตัวในห้องต่างก็เป็นลิงตัวใหม่
ที่ไม่ใช่ลิงชุดแรกเลยสักตัว
แต่ลิงทั้ง 5 ต่างก็ไม่มีตัวไหนขึ้นโต๊ะไปกินกล้วยเลย
แล้วก็ห้ามตัวใดตัวหนึ่งขึ้นโต๊ะนั้นไปด้วย
ทั้งๆที่ มันทั้ง 5 ต่างไม่เคยโดนสาดด้วยน้ำแข็งเลยสักครั้ง
…..
คำถามถามว่า มีลิงแบบนี้อยู่กี่ตัวในองค์กรของคุณ
แล้วคุณเป็นหนึ่งในลิงพวกนี้หรือเปล่า
แล้วในสังคมของคุณละ
ในประเทศของคุณละ
……
ถึงเวลาเปลี่ยนหรือยัง ?
แสงตะเกียง
ท่ามกลางความมืดสลัว
มีเพียงตะเกียงดวงน้อย
แสงวิบวับ ราวจะดับลงในไม่ช้า
ลมพัดผ่านเพียงแผ่ว
แสงตะเกียงหรี่ลง ราวใจเจียนขาด
ลมสงบลงชั่วครู่
แสงไฟตะเกียงส่องสว่างเต็มที่อีกครั้ง
….
แสงไฟดวงน้อย ให้คืนมืดมีแสงสลัว
พอมองเห็นโลกมืดๆ เพียงลางๆ
แสงไฟดวงน้อย เอนลู่สู้ลมเป่า
ริบหรี่ ริบหรี่ เจียนดับ
แสงไฟดวงน้อย ดับลงแล้ว
แม้จะพยายามสู้สายลมมากแค่ไหน
แต่สุดท้าย … ไร้แรงต้านทาน
เส้นด้ายขาดน้ำมันชุ่มเชือก
แสงไฟดวงสุดท้าย น้ำมันหยดสุดท้าย
เผาผลาญก่อนดับลง
ความมืดมิดปกคลุมโลกทั้งใบอีกครั้ง
….
เจ้านกงี่เง่าเอ๋ย . . .
รู้สึกราวกับว่า
เป็น นก เกาะขอนไม้อยู่ริมบ่อโคลน
พิจารณาดูหนอนที่ชอนไชอยู่ในซากโคลนตม
ในใจก็พิจารณา
ไยหนอนถึงได้ดูมีความสุขอยู่ในซากปฏิกูลเหล่านี้นักหนา
ทั้งที่มันส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง
แล้วก็พิจารณา ไยซากโคลนต้องเต็มไปด้วยสิ่งเหม็นเน่า
ไม่ได้มีเพียงแค่ดินเปียกๆ ปนกับน้ำฝนอย่างที่คิด
นกอย่างฉัน ได้แต่นั่งพิจารณาไป
ครั้นจะจิกหนอนมากิน
ก็เกรงปีกขนสวยสะอาดจะเปื้อนดินโคลน
ครั้งจะบินไปหาหนอนที่สะอาดสะอ้านที่เกาะตามกิ่งไม้สูง
ก็หลงติด พิจารณาดูหนอนในโคลนอยู่นั่นเอง
หนอนบางจำพวก มันก็เกิดมาเพื่ออยู่ในโคลนตม
ส่วนบ่อโคลน ก็ย่อมต้องมีทั้งโคลนสะอาดและโคลนสกปรก
ส่วนนกอย่างฉัน นั่นสิ โง่เง่า
มานั่งเฝ้ามองบ่อโคลนแล้วรำพึงรำพัน เหม็นกลิ่นโคลน
บินไปได้ ก็ไม่บินไป
เพราะติดใจหนอนตัวอ้วนในบ่อโคลนสกปรกนั่น
จะมองให้ตายอย่างไร หนอนในนั้นมันก็สะอาดสวยไม่ได้หรอก
หนอนและโคลน ต่างอยู่ในที่ที่เหมาะสมกันแล้วทั้งคู่
สุดท้าย ก็มีแต่นกงี่เง่าอย่างฉันเท่านั้น ที่อยู่ในที่ไม่เหมาะไม่ควร ควรบินอยู่บนฟ้าแท้ๆ แต่เสลงมาบ่นรำพันบนพื้นดิน
ช่างงี่เง่าโดยแท้เชียว … เจ้านกเอ๋ย